ลงทะเบียนรับเงิน 3,000 ทั้งหมด 3 เดือน

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่หลายๆคนต่างให้ความสนใจและติดตามทั้งนี้ต้องบอกว่าในส่วนของมาตรการตรงนี้นั้น เป็นอีกหนึ่งมาตรการณ์ที่ช่วยเหลือประชาชนได้หลายคนพร้อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัวด้วย

เว็บไซต์ thebangkokinsight รายงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุ หลังจากที่กระทรวงแรงงานออกมาตรการเยียวยาเอสเอ็มอีก โดยเปิดให้นายจ้าง-สถานประกอบการภาคเอกชนที่อยู่ในระบบประกันสังคม และมีลูกจ้างรวมทุกสาขาไม่เกิน 200 คน ลงทะเบียนร่วมโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจเอสเอ็มอี พบว่ามีนายจ้างจำนวนมากที่ยังไม่ลงทะเบียนร่วมโครงการ

ทั้งนี้ จากการเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 64 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีสถานประกอบการลงทะเบียนเจ้าร่วมโครงการแล้ว 64,554 ราย หรือ 16.36% ช่วยรักษาระดับการจ้างงานลูกจ้างสัญชาติไทย 1,174,157 คน หรือ 29.11% จากเป้าหมายสถานประกอบการ 394,703 ราย ลูกจ้างสัญชาติไทย 4,032,948 ราย

ดังนั้น จึงมอบหมายกรมการจัดหางาน ประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างสถานประกอบการในพื้นที่รับผิดชอบ ทราบถึงโครงการและขั้นตอนเพื่อลงทะเบียนรับสิทธิแล้ว นอกจากนี้ ขอย้ำว่าเงินอุดหนุนที่ได้รับจากโครงการฯ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมแล้วแต่กรณี โดยนายจ้างไม่ต้องนำเงินอุดหนุนดังกล่าวไปคิดเป็นรายได้ หรือนำไปคิดคำนวณเป็นรายจ่ายในการหักภาษี

สำหรับโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจเอสเอ็มอี ได้เตรียมเงินอุดหนุนค่าจ้างผู้ประกันตนสัญชาติไทยจำนวน 4,032,948 คน เป็นเงิน 36,296,532,000 บาท และเงินส่งเสริมการจ้างงานใหม่ ในเดือนที่ 2 และ 3 สูงสุด 201,647 ราย เป็นเงิน 1,209,882,000 บาท รวมงบประมาณที่จะช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ทั้งสิ้น 37,506,414,000 บาท

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางาน รับข้อสั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมอบหมายสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานคร และสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ แจ้งข้อมูลโครงการฯ และวิธีการรับสิทธิแก่นายจ้างในพื้นที่รับผิดชอบทางโทรศัพท์ เพื่อให้นายจ้างสถานประกอบการไม่พลาดการรับสิทธิ

หลังจากนายจ้างได้รับการอนุมัติร่วมโครงการ รัฐบาลจะจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่นายจ้างเพื่อรักษาการจ้างงานในอัตรา 3,000 บาทต่อลูกจ้างสัญชาติไทย 1 คนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ในเดือน พ.ย. 64 -ม.ค. 65 สำหรับนายจ้างที่มีลูกจ้างรวมทุกสาขาไม่เกิน 200 คน ณ วันที่ 16 ต.ค. 64