เพื่อความสิริมงคลในชีวิต ทนายตั้ม พา ลุงพล สักการะหลวงพ่อรุ่ง

ช่วงเช้าของวันนี้ทนายตั้มถือฤกษ์ดี เมื่อเวลา 9.39 น. พา ลุงพล ไหว้ขอพรหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ เผยเสี่ยงเซียมซีไร้เลข เชื่อว่าตนจะเป็นคนกำหนดชะตาชีวิตตัวเอง

เมื่อช่วงเช้า วันนี้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้เดินทางด้วยรถตู้ส่วนบุคคลมาที่ วัดท่ากระบือ ต.บางยาง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยมี นายไชย์พลวิภา หรือ ลุงพล อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาในค ดีการเสียชีวิตน้องชมพู่ และคู่ชีวิต นางสมพร หลาบโพธิ์หรือ ป้าแต๋น อายุ 42 ปี เดินทางตามมาสมทบด้วยรถตู้โดยสารประจำทางที่เช่ามายังวัดท่ากระบือแห่งนี้ เพื่อมากราบสักการะรูปหล่อองค์หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของอำเภอกระทุ่มแบน

โดยเชื่อกันว่าการได้มากราบไหว้ขอพรจากองค์หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ จะทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองและช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัยมีโชคมีชัยในทุกๆ ด้าน เพราะท่านได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเกจิชื่อดังแห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน โดยทนายตั้มได้พาลุงพลกับป้าแต๋น
กราบสักการะ ปิดทองรูปหล่อองค์จำลองหลวงพ่อรุ่งขนาดเท่าองค์จริง ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าและใต้ฐานองค์หลวงพ่อรุ่งองค์ใหญ่

ลุงพลเสี่ยงเซียมซี

อีกทั้งยังให้ลุงพลกับป้าแต๋นโน้มศีรษะเข้าไปใต้ฝ่าเท้าองค์หลวงพ่อรุ่งจำลอง เพื่อปัดเป่าทุกข์ภัยตามความเชื่อ พร้อมกันนี้ยังได้มีการเคาะระฆังเสริมความเป็นสิริมงคล สร้างความสบายใจก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

และนอกจากนี้ ลุงพล ยังได้เสี่ยงเซียมซี โดยเสี่ยงถึง 3 ครั้ง แต่ไม้เซียมซีไม่มีเลข ซึ่งลุงพลเชื่อว่า อาจเป็นเพราะตนคือผู้กำหนดชะตาชีวิตตัวเองก็อาจเป็นได้

ทั้งนี้ ทนายตั้ม เผยว่าวันนี้พาลุงพลกับป้าแต๋นมาไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลจาก องค์หลวงพ่อรุ่งองค์ใหญ่ ที่เลือกหลวงพ่อรุ่งก็เพราะว่าตนเองมีบ้านอยู่แถวนี้อยู่แล้วแ ละที่ผ่านมาการทำค ดีที่ใหญ่ๆ สำคัญๆ ทุกค ดีก็จะพาลูกความมาไหว้หลวงพ่อรุ่งแล้วประสบความสำเร็จทุกค ดี ส่วนเรื่องของค ดีนั้นตนเองยืนยันว่าไม่มีความหนักใจแต่อย่างใดทั้งสิ้น รู้สึกสบายใจที่ได้ทำบุญก่อนที่จะเดินทางต่อไปที่รัฐสภาเพื่อเข้าพบกับ นายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

ไม่มีเลขทั้ง 3 ครั้ง

ส่วนความคืบหน้าจะเป็นอย่างไรต้องติดตามกันต่อไป